สภาพปัญหา

            Pseudoephedrine เป็นสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดได้ จึงเป็นสารเคมีควบคุม ภายใต้อนุสัญญาฯ ค.ศ.1988 เ นอกจากนั้นตามปฏิญญาเชียงราย 2003 จัดเป็นสารตั้งต้นที่ต้องมีมาตรการควบคุมเข้มงวด ซึ่งปัจจุบันการนำเข้าวัตถุดิบตลอดไปจนถึงการนำไปผลิตเป็นยาเดี่ยว จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์อยู่ในการกำกับดูแลของ กองควบคุมวัตถุเสพติด

      อย่างไรก็ดีวัตถุดิบส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ผลิตเป็นยาสูตรผสมแก้หวัด โดย กอง ต. ได้กำหนดปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบประจำปี กำหนดเงื่อนไขการพิจารณาขายให้บริษัทฯอย่างเข้มงวดโดยดูจาก ประวัติการใช้และรายงาน หลังจากที่ผลิตเป็นยาสำเร็จรูปแล้ว ยาสูตรผสมที่มีส่วนประกอบของ Pseudoephedrine จัดเป็น “ยาอันตราย” อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กองควบคุมยา

ปัจจุบันพบการลักลอบซุกซ่อนยาสูตรผสมที่มีส่วนประกอบของ Pseudoephedrine ขณะเตรียมส่งออกไปต่างประเทศ เพื่อผลิตยาเสพติด ซึ่งถูกจับได้ที่ จ.ภูเก็ต และพบการลักลอบผลิตยาเสพติด จากยาสูตรผสมที่มีส่วนประกอบของ Pseudoephedrine ในไทย ซึ่งถูกจับได้ที่จังหวัดปทุมธานี สอดคล้องกับเกิดปรากฎการณ์การกว้านซื้อยาสูตรผสมที่มีส่วนประกอบของ Pseudoephedrine ตามร้านขายยา, คลินิกเอกชนในวงกว้าง และมีการขอเพดานใช้วัตถุดิบ pseudoephedrine จากบริษัทฯต่างๆเพิ่มขึ้น รวมทั้งยอดการจำหน่ายในร้านขายยา,สถานพยาบาล เพิ่มขึ้น

จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นที่ปรากฏชัดเจนว่ามีการนำ ยาสูตรผสมที่มีส่วนประกอบของ Pseudoephedrine ไปใช้ผลิตเป็นยาเสพติดทั้งในประเทศและส่งออกผิดกฎหมายเพื่อไปผลิตในต่างประเทศ กอง ต และ กองควบคุมยา จึงร่วมกับเร่งรัดมาตรการในการแก้ไขปัญหานี้

 มาตรการแก้ไขปัญหาในขั้นที่ ๑

๑.     แจ้งเตือนสถานการณ์ปัญหาไปยังผู้ประกอบการผลิต นำเข้าและจำหน่ายยาสูตรผสมที่มี Pseudoephedrine

๒.     ขอความร่วมมือในการแก้ปัญหาไปยังผู้ประกอบการผลิต นำเข้า ขายส่ง ขายปลีก ยาสูตรผสมที่มี Pseudoephedrine

  • การควบคุมพนักงานขาย การส่งสินค้าให้เคร่งครัดไม่รั่วไหล
  • การสังเกตความผิดปกติของผู้ที่มาซื้อ
  • ขายส่งยาให้เฉพาะหน่วยงานหรือบุคคลที่เหมาะสม และถูกต้องตามกฎหมาย
  • สมัครใจลดขนาดบรรจุหรือเปลี่ยนเป็น Consumerpack
  • เคร่งครัดการทำบัญชีซื้อ ขายให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • จ่ายยาในจำนวนที่เหมาะสม ตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ

๓.     อย. ควบคุมปริมาณการจำหน่ายวัตถุดิบ Pseudoephedrine ไม่ให้เพิ่มขึ้น

๔.     ระบุ “ร้านขายยาที่มีความเสี่ยง” โดยวิเคราะห์ข้อมูลรายงานการขายยา ซึ่งจะสามารถระบุร้านขายยาที่มีการซื้อจำนวนมาก เพื่อเข้าตรวจสอบการขาย และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

๕.     ประสานงานสภาเภสัชกรรมเตือนผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมที่เป็นเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการให้ควบคุมการจำหน่ายยาในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้มารับบริการรายหนึ่งๆ และลงโทษทางจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัดกรณีที่มีฝ่าฝืน

๖.     ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านยา

  • ห้ามขายส่งยาให้กับบุคคลที่ไม่ใช่ผู้รับอนุญาตขายยาหรือผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล สัตวแพทย์
  • ห้ามการขายปลีกยาปริมาณมากๆ(เกินกว่า ๖๐ เม็ด) ให้กับผู้ป่วยหนึ่งราย
  • ห้ามการขายปลีกยาให้กับบุคคลลักษณะดังนี้
    • ขอซื้อปริมาณมากๆ (เกินกว่า ๖๐ เม็ด)
    • ขอรับยาที่ซื้อไปด้วยตนเอง
    • ขอชำระเป็น เงินสด
    • มาซื้อนอกเวลาราชการ
    • ปฏิเสธการยื่นหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวต่างๆที่ราชการออกให้
    • จัดทำบัญชีการซื้อและการขาย ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย พร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
    • หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมผิดสังกตให้รีบแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา